มีสินค้า854,600ชิ้น

สตูดิโอบน Pinkoi คืออะไร

Pinkoi เป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ออนไลน์ เรามีชุมชนดีไซเนอร์เอเชียที่มีคุณภาพ

เราอยากจะเชิญชวนผู้ที่มีใจรักในการออกแบบมาเปิดสตูดิโอบน Pinkoi ซึ่งคุณสามารถลืมความกังวลต่างๆ เช่น ผลกระทบจากอากาศที่แปรปรวนหรือค่าใช้จ่ายของการเปิดหน้าร้าน เพราะเราอยากให้ดีไซเนอร์เป็นคนที่บริหารสินค้าของตัวเองอย่างที่เคยฝันใฝ่เอาไว้

วิธีการเปิดสตูดิโอ

ถ้าคุณอยากจะเปิดสตูดิโอกับ Pinkoi รีบติดต่อเราโดยตรง !

ฉันอยากเปิดสตูดิโอ

ข้อดีของการเปิดสตูดิโอบน Pinkoi

  1. 1
    นำเสนอสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อดึงดูดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจ Pinkoi เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่ชื่นชอบในงานดีไซน์ และพวกเขาพร้อมที่จะชื่นชมผลงานของคุณอยู่เสมอ
  2. 2
    Facebook คือ สตูดิโอห้องที่สองของคุณ สตูดิโอบน Pinkoi และ Facebook fan page สามารถเชื่อมต่อกันได้ มาทำให้แฟนคลับของคุณกลายเป็นลูกค้ากันเถอะ !
  3. 3
    วิธีใช้งานสตูดิโอแบบง่ายๆ อัพโหลดสินค้าได้อย่างง่ายดายด้วยระบบการจัดการที่สะดวกและรวดเร็ว
  4. 4
    สินค้าของคุณจะถูกจัดวางและตั้งโชว์อย่างมีสไตล์และสร้างสรรค์บนเว็บไซต์ สตูดิโอที่มีเอกลักษณ์ของคุณจะถูกค้นพบบนหน้าเพจเพื่อดึงดูดลูกค้า
  5. 5
    อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความนิยมให้กับสินค้าของคุณ ให้ลูกค้าได้รู้จักสตูดิโอของคุณมากยิ่งขึ้นผ่าน บันทึกดีไซน์ ตู้โชว์ และความเคลื่อนไหวบน Facebook สามารถอ่านบทความจาก "ห้องเรียนของดีไซเนอร์"
  6. 6

Pinkoi คิดค่าบริการอย่างไร

คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเปิดสตูดิโอหรือการวางขายสินค้าบน Pinkoi เราจะเก็บค่าบริการก็ต่อเมื่อคุณจำหน่ายสินค้าได้ ซึ่งเป็นค่าบริการที่จะถูกนำไปพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีไซเนอร์ได้ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น

ตอนนี้เรามีวิธีชำระเงินทางออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น ผ่านบัตรเครดิต / Paypal / Alipay / WeChat Pay / Tenpay / LINE Pay / ibon และ Famiport (การชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อ) / ตู้ ATM เป็นต้น

ค่าบริการรวมประกอบด้วยค่าบริการที่เก็บโดยทาง Pinkoi และค่าธรรมเนียม ซึ่งรายละเอียดอยู่ด้านล่าง ดังนี้ :

  1. 1
    ชำระเงินผ่าน บัตรเครดิต / PayPal / Alipay / Tenpay / WeChat Pay / LINE Pay / 2C2P / DOCOMO
    ค่าบริการรวม = 10% จากใบสั่งซื้อสินค้า (ค่าบริการ) และ 5%+NT$ 10 (ค่าธรรมเนียม)
    ※ ค่าบริการรวม = (ราคาสินค้า + ค่าจัดส่ง) * 15% + NT$ 10
  2. 2
    ชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อหรือตู้ ATM ในไต้หวัน
    ค่าบริการรวม = 10% จากราคาสินค้า (ค่าบริการ) และ NT$ 15 (ค่าธรรมเนียม)
    ※ ค่าบริการรวม = ราคาสินค้า * 10%+ NT$ 15
  3. 3
    ชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นหรือ Pay-easy
    1) ค่าบริการรวม = 10% จากใบสั่งซื้อสินค้า (ค่าบริการ) + 5% (ค่าธรรมเนียม) หรือ
    2) ค่าบริการรวม = 10% จากใบสั่งซื้อสินค้า (ค่าบริการ) + JP¥ 160 (ค่าธรรมเนียม)
    โดยเลือกเก็บจากวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

    ※ 1) ค่าบริการรวม = (ราคาสินค้า + ค่าจัดส่ง) * 15% หรือ
    2) ค่าบริการรวม = (ราคาสินค้า+ค่าจัดส่ง) * 10%+JP¥160
    โดยเลือกเก็บจากวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

    ร้านสะดวกซื้อที่ร่วมรายการ : Lawson, FamilyMart, Sunkus, Circle K, Ministop, Daily Yamazaki, Seicomart, Three F

หลังจากที่ใบสั่งซื้อผ่านการชำระและสินค้าได้ถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว รายได้ทั้งหมดจะถูกโอนไปยังบัญชีของ Pinkoi ก่อน ดีไซเนอร์สามารถตรวจสอบตารางรายได้ในหน้าบริหารสตูดิโอได้ทุกเมื่อ โดยรายได้เริ่มคำนวณจากวันที่ 1 จนถึงวันสุดท้ายของเดือนนั้น ซึ่งวันที่คำนวณรายได้ คือ วันที่ 10 ของเดือนถัดไป และ Pinkoi จะทำการโอนเงินไปยังบัญชีที่ดีไซเนอร์ได้ระบุไว้ ในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป (ยกเว้นวันหยุด เราจะทำการโอนเงินในวันถัดไปแทน) จำนวนเงินที่โอน คือ จำนวนที่ผ่านการหักลบค่าบริการแล้ว รวมถึงหักภาษีอีก 5% จากค่าบริการรวมด้วย (เป็นไปตามกฎหมายภาษีของรัฐบาลไต้หวัน)

เนื่องจากธนาคารเป็นผู้ดูแลเรื่องการโอนเงินเข้าออกจากบัญชีโดยตรง ดังนั้น แต่ละเดือนธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมจากดีไซเนอร์ เป็นจำนวน 45 ดอลลาร์ไต้หวัน หลังจากหักค่าบริการรวมของ Pinkoi ออกแล้ว (ยังไม่รวมค่าภาษีอีก 5%) และหากจำนวนรายได้ของดีไซเนอร์ไม่ถึง 1,000 ดอลลาห์ไต้หวัน Pinkoi จะยังไม่ทำเรื่องโอนเงินออกไป เพราะว่าแต่ละครั้งที่ทำรายการการโอนเงินเข้าออกนั้นมีค่าใช้จ่ายของค่าธรรมเนียมจากธนาคาร เราจึงดำเนินการต่อเมื่อจำนวนรายได้สะสมเกิน 1,000 ดอลลาร์ไต้หวัน

สินค้าที่สามารถจำหน่ายบน Pinkoi มีอะไรบ้าง ?

Pinkoi เป็นเว็บไซต์ออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ในการซื้อขายสินค้าดีไซน์ เราจะทำการตรวจสอบใบสมัครการเปิดสตูดิโอก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าสอดคล้องกับประเภทสินค้าที่กำหนดไว้ด้านล่าง หลังจากนั้น เราจึงจะอนุญาตให้ดีไซเนอร์วางขายสินค้าบน Pinkoi

  1. 1
    สินค้าต้นฉบับ : เป็นผลงานที่ออกแบบเองโดยดีไซเนอร์ ไม่ได้คัดลอกหรือละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น ส่วนแหล่งผลิตของสินค้าสามารถมาจากดีไซเนอร์เองหรือผ่านผู้ผลิตคนอื่นๆ สินค้าควรสอดคล้องตามเงื่อนไขการจำหน่ายสินค้าบน Pinkoi
  2. 2
    ตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้า : ได้รับอนุญาตจากผู้คิดค้นต้นฉบับหรือถูกแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ กรุณาแนบเอกสารการแต่งตั้งลิขสิทธิ์ให้ Pinkoi เพื่อการพิจารณาด้วย
  3. 3
    ของเก่าอายุ 10 ปีขึ้นไป : สินค้ายังอยู่ในสภาพที่ดี มีปริมาณที่จำกัด และเก่าแก่มากกว่าอายุ 10 ปี

  4. อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เงื่อนไขการซื้อขายบน Pinkoi

รูปแบบการบริหารงานกับ Pinkoi

วิธีการบริหาร หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ทาง Pinkoi จะส่งชื่อบัญชีและรหัสผ่านของสตูดิโอให้กับดีไซเนอร์ ซึ่งดีไซเนอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างและตกแต่งสตูดิโอ (เช่น ป้ายหน้าร้านและค่าจัดส่ง) เขียนคำบรรยายของสินค้า ตอบคำถามของลูกค้า ดูแลใบสั่งซื้อสินค้า และจัดส่งสินค้า
บริการลูกค้าออนไลน์ บริหารและจัดการเอง
การเซ็นสัญญาการเปิดสตูดิโอ หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับจดหมายแจ้งเตือนการเปิดสตูดิโอแล้ว ดีไซเนอร์ต้องเข้าสู่ระบบ Pinkoi ด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของสตูดิโอ เพื่อเซ็นสัญญาการเปิดสตูดิโอ
วิธีจัดส่ง จัดส่งสินค้าเอง
โอกาสที่จะเป็นที่รู้จัก ปัจจุบัน Pinkoi ไม่มีค่าโฆษณาใดๆ เพื่อโปรโมทงานดีไซน์ (ไม่ว่าจะเป็นหน้าเพจ กิจกรรม หรือแฟนเพจ Facebook ก็ตาม) ยิ่งไปกว่านั้น Pinkoi อยากชวนให้ดีไซเนอร์สมัครเข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับเรา เช่น กิจกรรมบันทึกดีไซน์ จิ๋วแต่แจ๋ว และตลาดนัดดีไซน์ โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย
วิธีชำระเงิน
กรุณาอ่านรายละเอียดของค่าบริการที่ "Pinkoi คิดค่าบริการอย่างไร"
การแลกเปลี่ยนคืนสินค้า บริหารและจัดการเองตามเงื่อนไขของPinkoi
ตารางรายได้ ดีไซเนอร์สามารถตรวจสอบตารางรายได้ในหน้าบริหารสตูดิโอได้ทุกเมื่อ
วันที่โอนเงิน รายได้การซื้อขายของดีไซเนอร์เริ่มคำนวณจากวันที่ 1 จนถึงวันสุดท้ายของเดือน ซึ่งทุกวันที่ 20 ของเดือนถัดไป (ยกเว้นวันหยุด) Pinkoi จะทำเรื่องโอนเงินไปยังบัญชีที่ดีไซเนอร์ได้กำหนดไว้ และจำนวนเงินนั้นได้ผ่านการหักลบออกจากค่าบริการรวมและค่าธรรมเนียมแล้ว เช่น สำหรับรายได้สตูดิโอของเดือนพฤษภาคม ทาง Pinkoi จะโอนเงินเข้าสู่บัญชีดีไซเนอร์ในวันที่ 20 มิถุนายน (หากตรงกับวันหยุด การโอนเงินอาจล่าช้ากว่าที่กำหนด)

เมื่อไรถึงจะมีคนมาซื้อสินค้าของฉัน ?

สินค้าจะขายได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับกระแสความนิยม แต่เรามีเคล็ดลับที่สามารถช่วยให้สินค้าขายออกอย่างรวดเร็ว :
  1. 1
    อัพเดทสินค้าเจ๋งๆ ของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แบรนด์ของดีไซเนอร์เติบโตอย่างมั่นคง
  2. 2
    Pinkoi จะจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นช่วงๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและการตลาด เราอยากแนะนำให้ดีไซเนอร์เข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสที่ดีในการโปรโมทสินค้า
  3. 3
    นำเสนอสินค้าด้วยรูปถ่ายที่มีการตกแต่งฉากหรือมีเรื่องราวเป็นธีม และคำบรรยายสินค้าที่น่าดึงดูด เพื่อเป็นที่น่าติดตามของผู้คน
  4. 4
    เราแนะนำให้ดีไซเนอร์ตั้งราคาสินค้าที่หลากหลายและเหมาะสม นอกจากนี้ สินค้าที่มีราคาไม่สูงมากนักจะสามารถดึงดูดลูกค้ามากขึ้น เป็นวิธีที่สามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์และความชื่อใจระหว่างดีไซเนอร์และลูกค้า

ฉันอยากจะเปิดสตูดิโอบน Pinkoi ! ต้องทำอย่างไร ?

  1. 1
    กรอกข้อมูลในใบสมัคร เนื่องจากทาง Pinkoi มีมาตรฐานในการตรวจสอบสตูดิโอ กรุณาเข้าไปที่ ฉันอยากเปิดสตูดิโอ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ทาง Pinkoi ตกหลุมรักในงานดีไซน์ของคุณ ก่อนที่จะยื่นใบสมัคร คุณสามารถอ่านบทความใน "ห้องเรียนของดีไซเนอร์" ที่เขียนโดยทีมงานฝ่ายบรรณาธิการของ Pinkoi ซึ่งมีเนื้อหาต่างๆ รวมถึง เทคนิคการถ่ายรูป วิธีการห่อของขวัญ และเรื่องราวการทำธุรกิจของดีไซเนอร์คนอื่นๆ เราหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยในการเตรียมตัวเปิดสตูดิโอของคุณได้
  2. 2
    รอคอยการตรวจสอบ เนื่องจากทาง Pinkoi มีใบสมัครการเปิดสตูดิโอจำนวนมาก เราจึงต้องขออภัยกับการใช้เวลาในการตรวจสอบและประกาศผล หากคุณผ่านการตรวจสอบแล้ว ทาง Pinkoi จะส่งจดหมายแจ้งเตือนเปิดสตูดิโอ แต่หากคุณไม่ผ่านการตรวจสอบหรือไม่ได้รับผลการประกาศใดๆ กรุณาตรวจสอบว่าสินค้าของคุณสอดคล้องกับเงื่อนไขการซื้อขายบน​ Pinkoi หรือไม่ หรือลองตรวจสอบในจดหมายขยะ คุณอาจพบจดหมายยืนยันจาก Pinkoi

เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับสตูดิโอ

Pinkoi ไม่อนุญาตให้มีการซื้อขายใต้โต๊ะหรือจัดวางสินค้าที่ละเมิด "เงื่อนไขการซื้อขายบน​ Pinkoi" เรามีความตั้งใจที่จะทำงานอย่างสุดความสามารถและอยากช่วยเปิดตลาดให้แต่ละแบรนด์เพื่อให้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากยิ่งขึ้น เราหวังที่จะได้ร่วมมือกับคุณด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อถือกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น เราอยากเห็นการเคารพซึ่งกันและกันในอาชีพนี้ เราหวังว่าดีไซเนอร์จะเข้าใจและเห็นถึงความพยายามนี้ที่เรามีมาเสมอ ดังนั้น หากคุณมีความคิดเห็นหรือคำแนะนำ เรายินดีรับฟังเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุง หวังว่าเราจะค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน !

อยากมีสตูดิโอของตัวเอง?