สัมภาษณ์ : 6 สาวดีไซเนอร์ไทย สร้างงานดีไซน์จากความชอบของตัวเอง

สัมภาษณ์: 6  ดีไซเนอร์ไทย  6 สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ Be yourself ความเป็นตัวเองผ่านงานดีไซน์

จุดเริ่มต้นสิ่งต่างๆ มักจะมาจากความชอบเหมือนกับดีไซเนอร์หญิง 6 คนนี้ ที่พวกเธอถ่ายทอดความชอบผ่านงานดีไซน์

(งานดีไซน์ของ 6 สาวดีไซเนอร์ไทย)

การจะสร้างสรรค์งานดีไซน์แต่ละชิ้นออกมา ต้องอาศัยความรัก ความชอบ ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนไป การที่เราได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ ย่อมสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นเสมอ และเผลอถ่ายทอดความรู้สึก ความเป็นตัวของตัวเองเหล่านั้นลงงานดีไซน์นั้นโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับ 6 สาวดีไซเนอร์ไทย ที่ถ่ายทอดความสามารถของตัวเองผ่านงานดีไซน์ และทำให้เราได้สัมผัสถึงการเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง 

ซึ่งทีมงาน Pinkoi ของเราได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ 6 ดีไซเนอร์ ผู้ที่ถ่ายทอดความสามารถของผู้หญิงยุคใหม่ ผ่านงานดีไซน์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นตัวเองและสไตล์ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมแล้ว มาทำความรู้จักกับพวกเธอกันเลยดีกว่า

1.

คุณมาโม ดีไซนเนอร์สาวผู้หลงใหลงานศิลปะและธรรมชาติ แบรนด์ mamo & things

แบรนด์ของคุณมาโมเป็นแบรนด์เกี่ยวกับอะไร : แบรนด์ของโมเริ่มจากความชื่นชอบธรรมชาติ ชอบงานศิลปะสไตล์เรียบๆ แบบที่มีaesthetic แบบไม่ปรุงแต่งเยอะค่ะ จึงทำให้เราออกแบบงานดีไซน์ทั้งหมดเองและเกือบทุกชิ้นงานทำด้วยมือของเราเลย ตั้งแต่ ตั้งแต่โปสการ์ด จานสี ของแต่งบ้านไปจนถึงเครื่องประดับต่างๆ งานปั้นเซรามิกด้วยค่ะ

จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ขึ้นมา : เกิดจากความชอบของเราค่ะ เช่นเราชอบวาดรูป ก็อยากเรียนรู้การทำสีน้ำไปด้วย จึงได้มีโอกาศไปเรียนทำสีน้ำจากธรรมชาติ พอได้ทดลองทำสีเองไปเรื่อยๆ มันก็สนุกแถมได้สีที่สวยแบบที่ต้องการ เลยเกิดมาเป็น Starter Kit ที่อยากเผยแพร่ลัทธิให้คนอื่นทดลองทำสีน้ำไปด้วยกัน บวกกับเราเป็นคนชอบทำของใช้ต่างๆเอง เลยปั้นจานสีขึ้นมาเองซะเลย เพราะไม่อยากใช้พลาสติก อยากทำของแบบที่ตัวเราอยากจะซื้อใช้ ถ้ามีแบบนี้ออกมาขาย 

คิดว่าส่วนไหนของแบรนด์ที่มีความเป็นตัวเรามากที่สุด : ทุกส่วนของงานดีไซน์ 100% เลยคือตัวตนของโม เพราะตัวเรามีส่วนร่วมในการทำงานดีไซน์แต่ละชิ้นมันเลยสื่อความเป็นตัวตนของเราออกมาด้วย 

แล้วเวลาว่างคุณโม ชอบทำอะไรมากที่สุด : ทำทุกอย่างที่เราชอบและนึกอยากจะทำเลยค่ะ ทำสลับกันไปมา เช่นวันนี้เรานึกอยากทำขนมปัง หรืออยากวาดรูป ทำสีน้ำ ปั้นของใช้สำหรับในบ้าน เย็บผ้า แล้วแต่ inspiration ของแต่ละวัน

แล้วคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นอย่างไร : คิดว่าเป็นผู้หญิงสไตล์ simple (ซิมเปิ้ลในที่นี้ไม่ใช่ไม่คิดอะไรเลยนะทุกคน หมายถึงการทำทุกอย่างออกมาให้เรียบง่ายที่สุด) ส่วนไลฟ์ไสตล์เป็นแนว sustainable คือเน้นทำสิ่งต่างๆเองมากกว่าอย่างเช่น การทำขนมปัง ปลูกต้นไม้ เย็บผ้า ปั้นของใช้ของตกแต่งบ้าน พวกนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้วโดยการทำแต่ละอย่างก็จะใส่ใจทั้งเนื้อวัสดุ คุณภาพ จนเกิดเป็นงานดีไซน์ที่มีความเรียบง่ายมากที่สุด การทำในสิ่งที่เราชอบมันสนุกด้วยและภูมิใจด้วยที่เราทำออกมาด้วยมือของเราเอง 

สุดท้ายไอเทมที่ขาดไม่ได้คืออะไร  : ขอตอบเป็นคนได้มั้ย ขาดคุณสามีไม่ได้ (555) เพราะเป็นคนที่คอยซัพพอร์ต ทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้  แต่ถ้าเป็นสิ่งของคงเป็นเสื้อผ้าป่าน เพราะเหมาะกับอากาศร้อนๆ ของประเทศไทย แล้วก็ชอบพกพวกปากกาหมึกซึมทองเหลืองของ Kaweco คู่กับสมุด Rubber Killer ด้วย

 2.

คุณสมาย  ลลิดา ธนานุประดิษฐ์ เป็นครีเอเตอร์ และเจ้าของแบรนด์ Smaisiam

ทำแบรนด์เกี่ยวกับอะไร : แบรนด์ Smaisiam เป็นแบรนด์งานดีไซน์ของกระจุ๊กกระจิ๊ก น่ารักๆ เกี่ยวกับคาแรคเตอร์ของคุณหมีกับเจ้าเหมียวค่ะ (Mr. Bear and His Cutie Cat) ซึ่งคุณหมีและเจ้าเหมียวเป็นคาแรคเตอร์เกี่ยวกับความรัก อ้างอิงมาจากช่วงเวลาดีๆ ความน่ารักแบบเรียบง่าย ที่ได้พบเจอในแต่ละวัน เราเลยนำความเรียบง่ายตรงนี้มาทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อยากทำให้ทุกคนสัมผัสความใจฟูไปพร้อมกับเราผ่านงานดีไซน์ค่ะ

จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ : คงเกิดจากการที่สมายชอบวาดรูปทุกวันค่ะ ก็เลยสร้างแฮชแท็ก #วาดวันละรูป ขึ้นมา บวกกับจังหวะที่ช่วงนั้น Line ได้เข้ามาในประเทศไทยพอดีค่ะ เลยได้มีโอกาสวาดสติกเกอร์ชุดแรกของ Mr. Bear and His Cutie Cat เข้าไปในระบบและผ่าน ได้วางขายออนไลน์ เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์อย่างเป็นทางการเลยเ หลังจากนั้นเราเลยได้เปลี่ยนจากช่องทางออนไลน์มาออฟไลน์ ด้วยการทำสินค้าจากคาแรกเตอร์ออกมาค่ะ

คิดว่าส่วนไหนของแบรนด์ที่มีความเป็นตัวเรามากที่สุด : คิดว่าน่าจะเป็นตัวคาแรกเตอร์ที่เราวาดค่ะ ตัวกลม ๆเหมือนคนวาดเลย และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบอะไรน่ารักๆ ละมุนๆ และอินในเรื่องของความรักด้วย  ซึ่งงานดีไซน์ที่ถ่ายทอดออกไปก็ตรงกับเราที่สุด

เวลาว่างชอบทำอะไรมากที่สุด : พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เล่นกับลูกเม่นทั้งสามตัวค่ะ เพราะเวลายุ่งๆกับการทำงานจะไม่มีเวลาได้ดูแลหรือเล่นกับเขาเลยค่ะ การเล่นกับน้องเลยฮีลใจได้มากที่สุด

แล้วคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นอย่างไร : เราเป็นคนเรียบๆง่ายๆค่ะ อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ กินง่ายอยู่ง่าย ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็ "ไปทุกที่ๆมีของอร่อยค่ะ" เพราะรู้สึกว่าอาหารอร่อยๆ จะทำให้เรามีความสุขแม้วันนั้นจะทุกข์อยู่ก็ตาม 55555555

สุดท้ายไอเทมที่ขาดไม่ได้คืออะไร เพราะอะไร : คอนแทคเลนส์ค่ะ เพราะเป็นคนสายตาสั้น ถ้าไม่ใส่ ก็จะมองไม่เห็นอะไรเลยค่ะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าหยิ่งค่ะ แถมใส่แว่นก็จะดูเนิร์ดไปหน่อย เพราะแบบนั้น คอนเเท็กเลนส์เลยขาดไม่ได้เลย

 3.

 คุณกิ๊บ กรณิสา มงคลพรอุดม เจ้าของแบรนด์ UNMELT

ทำแบรนด์เกี่ยวกับอะไร : แบรนด์เราคือการทำของใช้ในชีวิตประจำค่ะ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์ป่าและธรรมชาติรอบๆตัวเรา คอนเซปของเรา คือ everyday living things

จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ : จุดเริ่มต้นก็ตามชื่อแบรนด์ Unmelt ของเราเลยค่ะ ที่แปลว่าไม่ละลาย ตอนที่เริ่มต้นผลิตภัณฑ์แรกก็คือตัวปลอกแก้วกาแฟเก็บความเย็น เพราะเริ่มจากปัญหาเล็กๆ ในการปั่นจักรยานไปซื้อกาแฟและปั่นตากแดดกลับบ้านของเรากว่าจะเดินทางถึงบ้าน กาแฟก็ละลายไปแล้วเกือบครึ่งแก้ว... unmelt coffee case เลยเป็นต้นกำเนิดการทำปลอกแก้ว พอเวลาผ่านมา 4 ปี ความอิ่มตัวก็เริ่มเกิดขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นอีกอย่างที่เราเริ่มมองหาสิ่งที่เราชอบทำมาผสมกับความถนัดที่เรามี เช่นพวกงานปัก งานผ้าต่างๆ และส่วนตัวเป็นคนชอบเดินทางแนวธรรมชาติ หลงรักความน่าเอ็นดูของเหล่านานาสัตว์ต่างๆ จึงได้ใช้สิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจในออกแบบกระเป๋าสัตว์

คิดว่าส่วนไหนของแบรนด์ที่มีความเป็นตัวเรามากที่สุด : จริงๆก็ทุกส่วนค่ะ แต่ถ้าให้เป็นตัวเรามากที่สุด น่าจะเป็น character ของสัตว์แต่ละตัว เพราะมันสะท้อนสไตล์งานของกิ๊บได้ดี โดยเราจะถนัดงาน 2D การตัดทอนรายละเอียด ให้เหลือน้อยแต่มาก โดยการใช้เทคนิคงานปักและปะผ้าหลากหลาย texture ให้เกิดความน่าสนใจ เพราะทุกอย่างเราพยายามคิดและออกแบบมาด้วยความพยายามของตัวเองเยอะ ก็เลยทำให้งานเรามีความเป็นเราสูงและแตกต่างจากคนอื่นๆทั้งรูปแบบและฟังชั่นการใช้งานคะ และงานกิ๊บก็จะคล้ายๆ นิสัยกิ๊บนิดนึงของจะมีความอยู่ในกรอบระดับนึง ไม่ได้พริ้วไหว

เวลาว่างชอบทำอะไรมากที่สุดเพราะอะไร : ออกกำลังกาย เพราะว่ารู้สึกว่าทำธุรกิจคนเดียวมันมีความเครียดอยู่เยอะนะในหลายๆด้าน มันไม่มีใครกดดันเราหรอก มีแค่เรานี้ละกดดันตัวเอง ก็เลยรู้สึกว่าออกกำลังกายแล้วมันทำให้เรานิ่งขึ้น ปล่อยวางได้มากขึ้นและก็คลายเครียดไปได้เยอะเลย

แล้วคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นอย่างไร : เราว่าเราเป็นคนเต็มที่กับงานที่ชอบ มันทำให้เรามีความสุข รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ทำ แต่ก็จะมีบางเวลาถ้าพื้นที่ไหนเรารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเราก็จะถอยออกมา  เพราะพื้นฐานมันคือความสุข หาเวลาไปเที่ยวบ้าง พักผ่อนบ้าง จะได้ไม่เครียดไปเสียก่อน เราเป็นอีกคนหนึ่งที่ enjoy every moments of life เวลาทุกวันมันมีค่า ถ้าเราไม่ทำงานให้เต็มที่ไปเลย ก็สร้าง relationship กับเพื่อนมนุษย์ให้ดีไปเลย หรือไม่ก็นอนให้อิ่มสุดๆไปเลย ไม่ก็เที่ยวเล่นสนุกให้เต็มที่ไปเลย เราว่าใช้ชีวิตให้ง่ายๆ คิดให้เบาๆ มองมุมดีๆของทุกเรื่อง เราว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ดี และเรื่องดีๆคนดีๆก็จะเข้ามาในชีวิตเอง เราเชื่อแบบนี้นะ ^^

สุดท้ายไอเทมที่ขาดไม่ได้คืออะไร เพราะอะไร : เอาจริงๆ ไม่ได้อวยงานดีไซน์ของตัวเองนะ แต่ที่ต้องพกประจำคือ กระเป๋าน้องหมี Wildkeeper แบรนด์เราเอง ด้วยฟังชั่นที่ใส่ของได้หลายชิ้น สามารถใส่ของสำคัญได้หลายอย่าง ทั้งบัตร กุญแจรถ หยิบน้องหมีไปด้วย ใบเดียวจบ ทำให้ไม่ลืมของสำคัญๆ

 

 

อ่านต่อหน้าถัดไป

👇

[กดตรงนี้] 

ประเภทบันทึกดีไซน์ :พื้นที่ของดีไซเนอร์

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ (เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ (ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »