เรื่องราวเบื้องหลังของมันหวานหน้าโกรธอย่างน่ารักของ Racccoon Factory

Pinkoiเป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ชั้นนำของเอเชีย คุณสามารถค้นพบงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมและแนวคิดที่สร้างสรรค์สำหรับชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังซื้อหาของขวัญให้กับตัวเองหรือคนที่สำคัญอยู่ Pinkoi เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับคุณ

Raccoon Factory เป็นแบรนด์วาดรูปภาพประกอบที่ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์เกาหลี 2 คน - Kwoni กับ Lee Yeonwoo ซึ่ง 2 คนได้พบกันในระหว่างทางในการออกแบบ เนื่องจากชื่นชอบผลงานของกันละกัน จึงทำให้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานและคู่ชีวิตด้วย

Kwoni กับ Lee Yeonwoo ได้เปิดสตูดิโอเมื่อปี 2015  มีผลงานออกแบบขึ้นมาหลายๆ ชิ้นที่เต็มไปด้วยความสนุก หลังจากนั้นไม่กี่ปี ดีไซเนอร์ 2 คนก็ได้สร้างแบรนด์ Raccoon Factory ขึ้นมาในเดือนมีนาคมปี 2017



ครั้งนี้ Tinnie ที่เป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ของ Pinkoi ได้มีโอกาสไปเยี่ยมสตูดิโอของ Raccoon Factory ที่โซล และได้สัมภาษณ์ Raccoon Factory ด้วยภาษาเกาหลี(สุดยอด~) เรามาฟังกันว่า Tinnie ได้รับเรื่องราวและความลับอะไรบ้างจากดีไซเนอร์ทั้งสองคนกันเถอะ

▲Tinnie เล่าว่า เมื่อได้เข้าไปที่สตูดิโอของ Raccoon Factory เหมือนเด็กน้อยเข้าไปที่ร้านขายขนมอย่างตื่นตาตื่นใจ

สตูดิโอของ Raccoon Factory อยู่ชั้นสองของอพาร์ตเมนต์ ภายนอกดูเป็นอพาร์ตเมนต์ธรรมดา แต่เมื่อเข้าไปในห้องจะเห็นเป็นสเปซสว่างและเต็มไปด้วยของเล่นและทอย ทำให้ Tinnie พูดคำว่า “น่ารัก” ออกมาจากปากทันที

ในฐานะที่เป็นแฟนคลับของ Raccoon Factory มานานแล้ว คำถามแรกที่ Tinnie ถามดีไซเนอร์ 2 คนนั่นคือ

คาแรคเตอร์มันหวานสีชมพูที่ตัวกลมๆ ที่ตั้งชื่อว่า Wanggooma ออกแบบขึ้นมาด้วยเรื่องราวอะไรหรอ? และทำไมดูหน้าโกรธๆ ตลอดเวลา?

“จริงๆ เราไม่ได้ตั้งใจออกแบบตัว Wanggooma เลยนะ” ดีไซเนอร์ตอบกลับมา

“มีวันหนึ่ง เราตัดกระดาษออกมาเป็นทรงหัวคมๆ และตัวอ้วนๆ รู้สึกทรงนี้ดูเหมือนเป็นรูปมันหวาน ดูน่ารักดี ก็เลยเพิ่มสีหน้าเข้าไป ทำให้เป็นคาแรคเตอร์ Wanggooma ที่เห็นในวันนี้”


ส่วนทำไมตัว Wanggooma ดูโกรธตลอดเวลา เพราะว่าตอนที่ออกแบบตัวนี้ Kwoni อยู่ในช่วงเวลาที่เหนื่อยมาก ก็เลยใส่อารมณ์ของตัวเองเข้าไปอยู่ในตัวคาแรคเตอร์นี้ แต่ปรากฏว่าแฟนคลับก็ชอบหน้าโกรธๆ ของ Wanggooma


ส่วนอีกคาแรคเตอร์หนึ่ง Sartfy ออกแบบโดย Lee Yeonwoo จะตรงข้ามกับเรื่องราวของเบื้องหลังของ Wanggooma ส่วน Starfy ดีไซน์ด้วยเรื่องราวแบคกราวด์ที่สนุก


เหมือนปูเสฉวนที่อาศัยอยู่ในเปลือกหอยเปล่า ตัว Starfy เป็นดาวทะเลที่อาศัยอยู่ในขวด และจะเปลี่ยนสถานะตามสิ่งแวดล้อม จึงได้สังเกตว่า Starfy มีสีและรูปทรงไม่เหมือนกันในผลงานของ Raccoon Factory

แล้วทำไมตั้งชื่อแบรนด์ว่า Raccoon Factory?” คำถามที่ถามตามมาจาก Tinnie หลังจากได้รับคำตอบแรกแล้ว

คำถามนี้ก็มีแฟนคลับหลายคนชอบถามมา แต่ความจริงคือไม่มีความหมายพิเศษอะไรมาก แต่เป็นเหตุผลที่ส่วนตัวชอบสัตว์แร็กคูน(ชอบจนตั้งชื่อแมวที่เป็นว่าแร็กคูนด้วย) 

▲แมวที่ชื่อแร็กคูน

และอีกปัจจัยคือ เราสองคนชอบทำอะไรสนุกๆ ขึ้นมา และทอยแต่ละตัวก็ผลิตจากที่นี่ เป็นโรงงานขนาดเล็กของเราเอง ก็เลยเอาสองอย่างมาผสมกัน จึงได้ชื่อแบรนด์ Raccoon Factory



เราใช้เวลากับสตูดิโอมากที่สุด ทั้งออกแบบ วาดรูป ทำทอย และเล่นกับแมวด้วย แม้ว่าเหนื่อยแต่ก็มีความสุขด้วยในพื้นที่นี้ 



▲ Kwoni พา Tinnie เดินดูแต่ละมุมของสตูดิโอ ในสตูดิโอนี้มีทั้งผลงานและสินค้าของ Raccoon Factory และยังมีของเล่นที่ซื้อจากทั่วโลกด้วย


ดีไซเนอร์เล่าให้ Tinnie ฟังว่า ก่อนที่ย้ายมาอยู่สตูดิโอนี้ เป็นเวลาที่รู้สึกเครียด วิธีการแก้ความเครียดคือ ดีไซเนอร์มักจะออกแบบ หรือผลิตสินค้าเล็กๆ ขึ้นมา แต่พอย้ายมาอยู่สตูดิโอนี้แล้ว อารมณ์ดีขึ้น ก็เลยหยุดทำแล้ว~ ส่วนที่เห็นของชิ้นเล็กๆ แต่ละตัว เราจะเรียกว่า “ประวัติความเครียด”

(แอบกระซิบบอก)Kwoni จะเผยแพร่โปรเจกท์ใหม่ให้กับแฟนคลับบน Pinkoi เป็นที่แรก


คาแรกเตอร์ที่ชื่อ Coco Dino จะเป็นตัวใหม่ที่เรากำลังออกแบบอยู่ เป็นไดโนเสาร์ที่ชอบดมกลิ่นดอกไม้ และเพราะชอบดมกลิ่น ทำให้รูจมูกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (หัวเราะ)

จริงๆ หน้าที่ของดีไซเนอร์ 2 คน ไม่ได้ทำแค่การออกแบบสินค้า ส่วนอื่นๆ จนถีงการแพ็คเกจจิ้งทั้งหมดทำมือโดยดีไซเนอร์ 2 คนนะ
สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นอกจากตัวคาแรคเตอร์ใหม่ Coco Dino ยังมีหนังสือ Zine จะออกมาในปลายปีนี้ สำหรับแฟนคลับของ Raccooon Factory อย่าลืมติดตามสตูดิโอของเขาบน Pinkoi นะ

สุดท้าย Kwoni กับ  Lee Yeonwoo อยากบอกแฟนคลับทุกคนว่า


ขอขอบคุณที่สนับสนุน Raccoon Factory ตลอดเวลา และเราสัญญาว่าจะมีผลงานออกมาเรื่อยๆ และหวังว่าจะได้พบกันในอนาคตอันใกล้นะ

 

ประเภทบันทึกดีไซน์ :พื้นที่ของดีไซเนอร์
ป้ายกำกับที่เกี่ยวข้อง :characterdesignkoreadesign

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ (เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ (ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »
prev next