มีสินค้า768,642ชิ้น

การสร้างป้ายสตูดิโอใน Pinkoi

Pinkoiเป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ชั้นนำของเอเชีย คุณสามารถค้นพบงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมและแนวคิดที่สร้างสรรค์สำหรับชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังซื้อหาของขัญให้กับตัวเองหรือคนที่สำคัญอยู่ Pinkoi เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับคุณ

 คุณอาจเคยเจอประสบการณ์ในร้านหนังสือเกี่ยวกับการ'ตัดสินใจเลือกเปิดอ่านหนังสือจากปก'ความรู้สีกนี้คืออะไรกัน?หมายความว่าปกหนังสือมีดีไซน์สะดุดตามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดึงดูดให้คนหยุดมองและเปิดอ่านมากเท่านั้น และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังสือถูกเห็นและถูกเลือก

ในทางเดียวกัน หากต้องเปิดสตูดิโอใน Pinkoi คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าที่ซื้องานดีไซน์สนใจแบรนด์ของคุณตั้งแต่แว๊บแรกที่เห็นป้าย แล้วจู่ ๆ มือขวาก็คลิกเข้าไปในสตูดิโออย่างไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์และความสำคัญของป้ายสตูดิโอกัน

ป้ายสตูดิโอมีความสำคัญเพราะสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงตัวสินค้า เป็นตัวดึงดูดคนให้เข้ามายังสตูดิโอ มาดูกันซิว่าข้อดีและความสำคัญของป้ายสตูดิโอมีอะไรบ้าง

      Kimu design

1. ความสำคัญของป้ายสตูดิโอ

ป้ายคือหัวใจสำคัญของสตูดิโอ เป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวในสตูดิโอผ่านตัวอักษร ดังนั้นก่อนออกแบบป้าย ดีไซน์เนอร์ควรคำนึงถึงความหมายที่ต้องการสื่อเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งคิดสี/ฟอนต์ /สไตล์ในขั้นตอนต่อไป

2. ข้อมูลที่ต้องปรากฎบนป้ายสตูดิโอ

2.1 ชื่อแบรนด์

ชื่อแบรนด์คือข้อมูลสำคัญที่สุดของป้ายสตูดิโอ หากชื่อแบรนด์ไม่สามารถทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าที่สตูดิโอจำหน่าย คุณก็สามารถทำตามวิธีของเรา นั่นคือรูปแบบและขนาดของตัวอักษรต้องชัดเจนและอ่านง่ายสบายตา เท่านี้ลูกค้าก็สามารถทราบข้อมูลบางส่วนในระยะเวลาเพียงสั้นๆ แล้ว

funwow brokenfingers

ป้ายของทั้งสองสตูดิโอต่างก็มีชื่อแบรนด์และเนื้อหาชัดเจน บวกกับรูปภาพที่สวยงาม คมชัด เห็นปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าสตูดิโอนี้ขายอะไร

2.2 แนวภาพ

ภาพมักเป็นตัวบ่งบอกแนวทางและสไตล์ของสตูดิโอ ดีไซน์เนอร์สามารถออกแบบป้ายตามสไตล์ของแบรนด์ แนวทางการออกแบบก็มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น วาดมือ ทำกราฟิกหรือใช้ถ่ายภาพก็ได้ตามความชอบ นอกจากนี้เรายังได้นำตัวอย่างป้ายหลายๆ แนวมาให้ทุกคนได้เลือกชมกัน

ชื่อแบรนด์และภาพถ่ายมีความสำคัญมาก ดีไซน์เนอร์ใน Pinkoi สามารถตรวบสอบว่ายังขาดข้อมูลส่วนใดหรือไม่ด้วยตัวเองก่อนอัพเดทลงบนสตูดิโอ

3. สิ่งที่ต้องรู้เมื่อออกแบบป้ายสตูดิโอ

3.1 ต้องมีรูปภาพ

ภาพพื้นหลังของป้ายสตูดิโอคือแพทเทิร์นรูปปลาสีเทา เมื่อเปิดสตูดิโอแล้วดีไซน์เนอร์ต้องอัพเดทป้ายสตูดิโอก่อน มิเช่นนั้นลูกค้าอาจเข้าใจผิดว่าสตูดิโอนี้เป็นร้านขายปลาไม่รู้ด้วยนะ ฮ่าาาา

3.2 ขนาดป้าย

ป้ายควรมีขนาดเท่ากับ 725x160 Pixel ควรมีความคมชัด 72 dpi ขนาดรูปภาพควรพอดีกับกรอบที่เรากำหนด เนื่องจากเราพบว่าภาพของบางสตูดิโอถูกดึงขยายจนมีความผิดเพี้ยนไปจากเดิม เราลองมาดูตัวอย่างเปรียบเทียบ :

ขนาด 725x150 pixel พอดีเป๊ะหากภาพของป้ายสตูดิโอไม่เท่ากับ 725x150 pixel  จะทำให้ภาพถูกดึงขยาย ภาพที่ออกมาอาจจะไม่สวยนะ

3.3 สิ่งที่ต้องพึงระวังในการออกแบบ

ฟอนต์ :

(1)ขนาดฟอนต์ต้องชัดเจน ทำให้อ่านง่ายสบายตา แต่ไม่จำเป็นต้องวางตัวหนังสือจนเต็มป้าย

(2)แต่ละย่อหน้าควรเท่ากัน เพื่อช่วยให้อ่านง่ายมากยิ่งขึ้น

(3)ไม่จำเป็นต้องมีตัวหนังสือมากเกินไป สามารถใช้ภาพสื่อเรื่องราว

(4)สามารถแบ่งหรือแยกประเภทข้อมูลด้วยการใช้สีหรือขนาดตัวอักษรที่ต่างกัน แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป

รูปภาพ :

(1)รูปภาพต้องคมชัด ไม่เบลอ

(2)ขนาดภาพควรพอดีกับขนาดพื้นที่ที่กำหนดให้ แก้ปัญหาภาพถูกดึงขยายจนเสียรูปทรง

(3)ภาพควรมีคุณภาพความชัดเจนสูง ดึงดูดสายตา สร้างความน่าสนใจให้กับสตูดิโอ

(4)ป้ายสตูดิโอกับสินค้าในสตูดิโอควรมีสไตล์เดียวกัน

ข้อมูล : 

(1)ห้ามระบุเว็บไซต์หรือมีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องบนป้าย

(2)ห้ามมีข้อมูลใดๆ ที่นำลูกค้าไปสู่การซื้อขายกันแบบส่วนตัว หากมีการตรวจพบเราจะปิดสตูดิโอทันที

3.4 เปลี่ยนป้ายสตูดิโอได้ตลอดเวลา

ดีไซน์เนอร์สามารถเปลี่ยนป้ายสตูดิโอได้ทุกเมื่อตามความต้องการ อาจเปลี่ยนตามโอกาสและวาระพิเศษต่างๆ เช่น วันคริสต์มาส วันวาเลนไทน์ วันแม่ ฯลฯ

10/10 design studioxuxuwear

 4. รูปแบบป้ายสตูดิโอที่พบบ่อย

 ผู้สร้างป้ายสตูโอครั้งแรกอาจยังไม่รู้ว่าจะสร้างแบบไหนและเริ่มต้นยังไงดี เราก็เลยนำตัวอย่างรูปแบบป้ายสตูดิโอที่ตรงตามมาตรฐานมาให้ดูกัน

4.1 มีโลโก้บนรูปภาพ :

โดยส่วนมากแล้วป้ายสตูดิโอใน Pinkoi  จะเป็นลักษณะนี้ ตำแหน่งของโลโก้สามารถวางตรงมุมใดมุมหนึ่งของรูปภาพก็ได้ พูดแบบนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ เราเลยคัดสรรตัวอย่างการวางโลโก้ของสตูดิโอต่างๆ มาให้ดูกัน

sidonieyangoverdueTaiwanfood

4.2 แบ่งองค์ประกอบสามส่วน :

วิธีนี้จะทำให้ป้ายสตูดิโอดูดีและสบายตา ด้วยการแบ่งองค์ประกอบป้ายเป็นสามส่วน แล้วค่อยวางโลโก้หรือข้อมูลของสตูดิโอลงไป เราลองมาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า :

Atelier Hanueye candle studioYesterday Sandwichouterboro

 4.3 แบ่งองค์ประกอบสี่ส่วน :

วิธีนี้คือการแบ่งองค์ประกอบเป็นสี่ส่วน แล้ววางโลโก้หรือตัวหนังสือไว้ตรงกลางในส่วนที่เราได้แบ่งไว้ เช่น :

mumu-unioncreatchaos5minsichihan

5. สไตล์ที่ใช้บ่อย

5.1 ภาพวาด

สไตล์ภาพมีสองแนวด้วยกันคือ วาดมือและทำเป็นกราฟิก ป้ายสตูดิโอใน Pinkoi ส่วนมากจะเป็นแนววาดเอง ลองดูว่าคุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน อ๊ะๆ อย่าลืมว่าป้ายสตูดิโอสามารถบ่งบอกสไตล์ของแบรนด์นั้นๆ ได้ด้วยนะ

fuchi  all things bright and beautiful O'RingoSienna

 

5.2 ภาพถ่าย

ภาพถ่ายยังสามารถแบ่งเป็น ภาพบรรยากาศ ภาพสินค้า  และภาพวัสดุ

(1)ภาพบรรยากาศ

HikidultMOTIF HILL   a day

(2)ภาพสินค้า

MIYEN nia niaDéjà vu

(3)ภาพวัสดุ

Liqrunsucculent plants studioMoment

 คนส่วนมากมักคิดว่าการออกแบบป้ายสตูดิโอง่ายกว่าการสร้างสินค้าขึ้นมาหนึ่งชิ้น แต่หลังได้ลองทำแล้วคุณอาจจะพบว่ามันไม่ได้ง่ายไปกว่ากันเลย เราจะออกแบบให้สวยงาม มีเนื้อหาครบถ้วน สามารถดึงดูดสายตาคนผ่านไปผ่านมาได้ยังไงในพื้นที่จำกัด เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาสักหน่อยในการศึกษาและลองทำ

หวังว่าเคล็ดลับการสร้างป้ายสตูดิโอที่เราแนะนำ จะสามารถเป็นแนวทางและสร้างแรงดลใจให้กับดีไซน์เนอร์ไม่มากก็น้อย~

ประเภทบันทึกดีไซน์ :ห้องเรียนของดีไซเนอร์

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ ( เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง ) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ ( ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด ) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »
prev next