มีสินค้า948,561ชิ้น

สัมภาษณ์ : Wednesday Child กับความเรียบง่ายที่ลงตัว

Pinkoiเป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ชั้นนำของเอเชีย คุณสามารถค้นพบงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมและแนวคิดที่สร้างสรรค์สำหรับชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังซื้อหาของขัญให้กับตัวเองหรือคนที่สำคัญอยู่ Pinkoi เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับคุณ

ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เคยมีประสบการณ์และรู้สึกแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า ที่เมื่อได้สัมผัสกับสิ่งของบางอย่างก็รู้สึกได้ทันทีว่าสิ่งนั้นไม่ได้ทำด้วยมือแต่เจ้าของสร้างสรรค์มันขึ้นมาจากหัวใจ พิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด ส่งความรู้สึกพิเศษมาให้ราวกับผลิตของชิ้นนั้นมาเพื่อเราโดยเฉพาะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคุณ  ภฑรา ศิริอริยาพร หรือ มิ้นท์ เจ้าของแบรนด์ Wednesday Child  หญิงสาวที่ผันตัวจากงานฟรีแลนซ์มาทำแบรนด์ของตัวเองอย่างเต็มตัว ดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าที่มีความสุขและสนุกทุกครั้งเมื่อได้ออกแบบเสื้อผ้า เราไปทำความรู้จักกับเธอกันเลยดีกว่า~

1. จุดเริ่มต้นของ Wednesday Child คืออะไร ?

มันเกิดจากการที่เราอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง อีกอย่างเพราะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มา แล้วก็เป็นปกติของคนที่เรียนด้านดีไซน์ที่อยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง
ก่อนหน้านี้เราก็ทำงานที่อื่นก่อน ทำฟรีแลนซ์ออกแบบเสื้อผ้า ทำลายผ้า ทำไปได้สักพักก็อยากลองทำของตัวเองบ้าง ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบรนด์ในแบบที่ตัวเองต้องการ ตอนแรกเลยเราอยากทำเสื้อผ้าแบบแม่ลูก ความจริงก็ไม่เชิงแม่ลูกนะ เพราะเรามีหลานก็เลยอยากแต่งตัวคู่กับหลาน

 Wednesday Child’ เป็นศัพท์แสลงที่หมายถึงลูกคนกลาง ลูกคนกลางที่มักจะมีลักษณะพิเศษมากกว่าคนอื่น ชอบไม่เหมือนใคร พิเศษ  ผิดแปลกจากคนอื่น เราก็เลยดึงเอาอันนี้มาใส่ในเสื้อผ้าของเรา

2.แล้วเราคิดว่าความพิเศษของ Wednesday Child ของเราคืออะไร ?

ความพิเศษของ Wednesday Child คือมีความคล่องแคล่ว ดูแฟชั่นได้โดยที่ไม่ต้องประโคมใส่เยอะๆ เสื้อผ้าของเรามีความเป็น Casual และ Minamal เรียบๆ แต่สนุก และใส่สบาย เราจะออกแบบแฟชั่นที่ใส่ได้ทุกวันจริงๆ ไม่ใช่เสื้อผ้าแฟชั่นที่ออกมาจากรันเวย์แล้วไม่รู้จะใส่ไปไหน แล้วอิงกับตัวเองกับคนเอเชียเป็นหลักในสภาพอากาศแบบนี้ และในชีวิตประจำวันที่ทุกคนจะได้ใส่จริงๆ จะเป็นเสื้อผ้าที่ค่อนข้างคล่องแคล่ว เราพยายามออกแบบเสื้อผ้าที่สบายๆ มีความเป็นแฟชั่นที่ใส่ได้ทุกวัน

3. ส่วนใหญ่คุณหาแรงบันดาลใจจากที่ไหน ?

 

แรงบันดาลใจส่วนใหญ่ก็ได้จากตัวเองเลย ไม่ได้ไปหาไหนไกลเลย เพราะเราเป็นคนเสพย์เรื่องนี้อยู่แล้ว บางทีก็ได้มาจากอ่านหนังสือบ้าง ดูหนังบ้าง บางทีก็เป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ อย่างล่าสุดเราเดินไปเจอผ้าที่ถูกใจ ก็เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาเลย

4. คุณคิดว่าบ้านเมืองสถานที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่ ส่งผลต่อการทำงานออกแบบไหม ?

มีผลมาก อย่างเราเป็นคนชอบทำเสื้อผ้าแบบเยอะๆ เลเยอร์เยอะๆ แต่มันใส่ที่นี่ไม่ได้เพราะมันไม่เหมาะกับสภาพอากาศ เหมือนกันถ้าเราไปอยู่ในโซนเมืองหนาวๆ เสื้อผ้ามันก็จะไม่ออกมาเป็นแบบนี้

 5. รู้จัก Pinkoi ได้อย่างไร?

เริ่มจากได้ไปออกบูธแล้วเจอจำปาที่เป็นทีมงานของ Pinkoi ค่ะ จำปาก็แนะนำและชวนเข้ามา Pinkoi แล้วเราก็ชอบนะ รู้สึกว่ามันเป็นแนวของเรา ส่วนกระแสตอบรับก็มันดีมากเลยนะ จากแบรนด์เล็กๆ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่ จนตอนนี้มีคนรู้จักเรามากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากต่างประเทศ

 

6.จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำงานด้านนี้ อะไรคือโมเม้นที่ประทับใจที่สุด ?

โมเม้นที่ประทับใจที่สุดคือครั้งแรกที่ขายของได้ค่ะ อันนั้นคือดีใจสุดๆ แล้ว เพราะเราก็เพิ่งทำและไม่รู้ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร คนจะชอบไหม? กังวลพอสมควร อย่างช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่ลูกค้าได้รับของไปแล้วก็จะเข้ามาคอมเม้นท์บอกเราว่าได้ของแล้วนะ รู้สึกอย่างไร เพราะใน Pinkoi จะมีช่องให้คอมเม้นท์และแสดงความพึงพอใจ อันนี้มันก็เป็นกำลังใจให้เราใช้ในการลุยงานต่อ สมมุติถ้าเค้าได้ไปแล้วเงียบ เราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง ชอบหรือเปล่า 

7. ช่วยฝากข้อคิดในการทำงานให้กับนักออกแบบหรือนักฝันที่อยากเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ ?

คงความเป็นตัวเองไว้ แต่ต้องลดอีโก้


ส่วนใหญ่คนจบใหม่มักจะไฟแรง มีอะไรจะใส่ไปทั้งหมดเลย ความจริงก็ดีนะ แต่พอเข้ามาถึงตอนที่ทำเรื่องการขายจริงๆ เราก็ต้องคำนึงถึงลูกค้าด้วยว่าเราจะขายให้ใครอะไรยังไง บางทีก็ต้องลดอีโก้ของตัวเองลงมา บางคนจะคิดว่าอันนี้ก็สวยอยู่แล้วก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงงานตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตามลูกค้าทุกอย่าง ซึ่งเราก็ต้องมีจุดแข็งของเราด้วย คงความเป็นตัวเราไว้  อันนี้เราว่ามันยากตรงที่จะทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างมาอยู่ในจุดกึ่งกลางอย่างพอดีที่เราชอบและลูกค้าก็ชอบ เกิดลูกค้าชอบแต่เราไม่ชอบ เราก็ไม่แฮปปี้นะ แบบนี้ก็ไม่แนะนำให้ทำต่อ

 

ประเภทบันทึกดีไซน์ :พื้นที่ของดีไซเนอร์

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ (เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ (ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »
prev next