มีสินค้า791,973ชิ้น

เทคนิคการทำให้ภาพสินค้าถูกเลือกให้ขึ้นบนหน้าแรกของเว็บไซต์

Pinkoiเป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ชั้นนำของเอเชีย คุณสามารถค้นพบงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมและแนวคิดที่สร้างสรรค์สำหรับชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังซื้อหาของขัญให้กับตัวเองหรือคนที่สำคัญอยู่ Pinkoi เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับคุณ

เห็นหัวข้อนี้แล้วรู้สึกใจสั่นเมาส์ขยับแล้วใช่มั้ยล่า? อ๊ะๆ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบเลื่อนเมาส์ลงไปนะ เพราะบทความที่แอดมินจะมาแบ่งปันในวันนี้ไม่ได้มีแค่วิธีทำอย่างไรให้สินค้าของดีไซน์เนอร์อยู่บนหน้าแรกของเว็บไซต์

หากคุณบังเอิญเป็นดีไซน์เนอร์ใน Pinkoi เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณอาจจะคิดอยากลองออกแบบสตูดิโอใหม่เพื่อให้มีความสมบูรณ์และโดดเด่นกว่าสตูดิโออื่นบนเว็บไซต์ 

หากคุณบังเอิญเป็นลูกค้าใน Pinkoi เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณอาจจะเข้าใจถึงภาพสินค้าที่ปรากฎ ความจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย~ เพราะมันต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนไม่น้อยกว่าจะกลายเป็นภาพที่ดูแล้วสบายตาแบบที่ทุกคนเห็นกัน 

หากคุณบังเอิญผ่านไปผ่านมา แล้วบังเอิญอ่านบทความนี้จบ คุณอาจจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพไม่มากก็น้อยและสามารถเข้าใจว่าทำไมภาพถ่ายของคนอื่นทำไมถึงดึงดูดและน่าสนใจ

 

เอาล่ะ เรามาเข้าเนื้อหาบทความของเราดีกว่าค่ะ~

ภาพสินค้าคือคีย์เวิร์ด

ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ ว่าเมื่อใดก็ตามที่เราซื้อสินค้าออนไลน์ รูปภาพเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเวลาซื้อสินค้าออนไลน์ เราไม่สามารถสัมผัสสินค้าด้วยมือตัวเอง ดังนั้นภาพถ่ายจึงเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจเลือกซื้อ

สิ่งที่ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดคือภาพถ่ายที่เบลอ ไม่มีความคมชัด และสิ่งทำให้ลูกค้าเลื่อนผ่านสินค้าเราคือภาพที่องค์ประกอบภาพและจุดเด่นของภาพ เนื้อหาที่เราเน้นในบทความนี้ไม่ใช่สไตล์ของภาพแต่เป็นการเพิ่มระดับให้กับภาพสินค้ามากขึ้น (หากต้องการอ่านบทความเกี่ยวกับวิธีภ่ายภาพให้มีสไตล์ ไปที่ ‘คู่มือถ่ายภาพและจัดวางของตกแต่งของภาพใน Pinkoi’ ) หากยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ เราสามารถใช่วิธีการใช้ภาพสินค้าตามรูปแบบพื้นฐานที่ Pinkoi กำหนด

เราไม่ใช่องค์กรโฆษณานะคะ เราเพียงหวังและไม่อยากให้สินค้าที่ดีไซน์เนอร์ตั้งใจทำขึ้นมาถูกเมินเพียงเพราะภาพถ่ายไม่ดึงดูด จากประสบการณ์ตรงของแอดมินเองที่ชื่นชอบซื้อสินค้าออนไลน์ แอดมินจึงรู้สึกว่าภาพถ่ายมีผลกระทบต่อการซื้อเป็นอย่างมาก อีกอย่างจากการสังเกต สินค้าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบอันดับต้นๆ ก็เป้นภาพถ่ายที่ดึงดูดและน่าสนใจ

และนี่คือภาพที่ตรงตามมาตรฐานและสิ่งที่ต้องคำนึงถึงที่แอดมินเตรียมมา เราแบ่งเป็น 3 ตอนค่ะ มาดูกันเลย

1. ด้านเทคนิค

1.1 แสงที่เพียงพอ

แสงที่เพียงพอถือเป็นพื้นฐานแลพเป็นสิ่งสำคัญสุดๆ ของการถ่ายภาพเลยค่ะ เนื่องจากแสงที่เพียงพอจะทำให้ภาพคมชัด ไม่เบลอ และลดปัญหาสีของภาพ   ถ่ายไม่ตรงกับตัวสินค้า แต่หากต้องการสร้างบรรยากาศสลัวๆ ให้กับภาพถ่าย เราแนะนำให้เพิ่มภาพถ่ายที่มีความชัดเจนและมีสว่างเพียงพอด้วย และปัจจุบันแอพแต่งภาพในมือถือก็สะดวกและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ ‘เทคนิคการใช้แอพแต่งภาพกับ Pinkoi ‘ ในนี้จะมีเทคนิค การแมทช์และวางองค์ประกอบไปจนถึงข้อควรคำนึงในการใช้แอพแต่งภาพกับภาพสินค้าใน Pinkoi ด้วย

1.2 เสริมอุปกรณ์ด้วยขาตั้งกล้อง

ขาตั้งกล้องถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดในดารแก้ปัญหาภาพสั่น ใช้ได้กับทั้งมือถือและกล้อง แต่หากไม่มีก็ไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ เราสามารถใช้อุปกรณ์ที่ฐานมั่นคง เช่นวางกล้องบนหนังสือ พิงกำแพง เป็นต้น แหมอุปกรณ์เหล่านี้หาได้ง่ายๆ แถมยังใกล้ตัวเราอีกต่างหาก

1.3ใช้เทคนิคการถ่ายระยะใกล้

เมื่อเราต้องการถ่ายสินค้าที่มีขนาดเล็กถึงเล็ก ไม่ว่าจะเป็น ลูกปัด สร้อยคอ ตุ้มหู หรือเน้นรายละะเอียดของสินค้านั้นๆ เรามักขยับกล้องเข้าใกล้สิ่งของนั้น เพื่อที่จะให้ได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ แต่เราจะพบปัญหาภาพเบลอและไม่โฟกัสแน่ๆ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งกดชัตเตอร์นะคะ! ปรับกล้องให้อยู่ในโหมดการถ่ายภาพระยะใกล้หรือโหมดดอกไม้ก่อน แล้วเราจะได้ภาพที่ไม่เบลอ โฟกัสยอด และคมชัดแน่นอนจ้า~

แต่เนื่องจากกล้องแต่ละประเภทฟังก์ชั่นการใช้งานและการซูมระยะใกล้ไกลที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการทำความเข้าใจและคุ้นเคยกับการใช้งานกล้องของตัวเองก่อนก็สำคัญยิ่งนะคะ จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เพื่อให้ลูกค้าดูปุ๊บรู้ปั๊บว่าสินค้าของดีไซน์เนอร์คืออะไร หรือจะถ่ายหลายๆ มุมเพื่อให้ลูกค้าเห็นรายละเอียดสินค้ามากยิ่งขึ้น!

ตอนเห็นภาพนี้ แอดมินต้องขยับกรอบแว่นพร้อมยื่นหน้าเข้าไปอีก เพราะภาพนี้... เล็กเกินไปล๊าวว

นี่คือภาพที่แอดมินใช้โหมดดอกไม้ เราเริ่มเห็นรายละเอียดของสร้อยข้อมือแล้วใช่มั้ยล่า~

เห็นรายละเอียดด้วยการซูม

ซูมเข้าไปอีก ซูมมมม เห็นรายละเอียดชัดแจ๋วเลย~   

1.4 การตั้งขนาดภาพ

หากสามารถตั้งค่าขนาดของรูป ก่อนภ่ายภาพ แนะนำให้ตั้งเป็นขนาดกลางหรือใหญ่เลย เพื่อป้องกันปัญหาภาพแตกเมื่อเราครอปหรือขยายภาพนั่นเอง ส่วนตัวแอดมินเองชอบตั้งให้อยู่ที่ขนาดใหญ่สุดเลยค่ะ กันไว้ดีกว่าเพื่อความปลอดภัย ฮิฮิ

ควรตั้งค่าความกว้างอย่างน้อย 800 pixel ความคมชัดเท่ากับ 72 dpi เมื่ออัพโหลดสินค้าใน Pinkoi หากความกว้างน้อยกว่า 500 pixel ภาพที่ออกมาจะมัวมากๆ เลยค่ะ ขยายภาพได้ไม่เต็มกรอบ นี่เป็นสาเหตุของปัญหาที่ว่าสินค้าไม่ได้รับความนิยมจากลูกค้า นอกจากนี้เมื่อใดก็ตามที่ Pinkoi ได้จัดกิจกรรมต่างๆ และต้องการใช้รูปภาพเหล่านี้ในการโปรโมท หากภาพไม่ชัด สินค้าของเราอาจจะไม่ได้รับเลือกก็ได้นะ (เศร้า)

นอกจากนี้ ตำแหน่งรูปแรกของหน้าสินค้านั้นๆ เราแนะนำให้ใช้ภาพแนวนอน เนื่องจากหากเป็นแนวตั้งอาจจะเกิดปัญหาส่วนประกอบของภาพหายเมื่อครอปภาพ

ตัวอย่างที่ถูกต้อง : ภาพที่ตั้งค่าความกว้างไว้ที่ 800 pixel 

ตัวอย่างที่ผิด : ภาพนี้ตั้งค่าความกว้างเป็น 400 pixel เราจะเห็นขอบเทาเนื่องจากกว้างไม่พอ

2. ด้านการปฎิบัติ

2.1  เพิ่มระดับสินค้าด้วยการใช้พื้นหลังที่เรียบง่ายและสบายตา

พื้นหลังที่สบายตาเป็นสิ่งสำคัญที่ pinkoi ใช้เลือกสินค้าที่จะโผล่ในหน้าแรกของเว็บไซต์ สีของพื้นหลังที่เรียบง่ายสามารถทำให้สินค้าของคุณกลายเป็นพระเอกได้ ทำให้ลูกค้ามองปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าเราสินค้าชิ้นไหนที่เราจะขาย นอกจากนี้ pinkoi ก็ยังอยากให้ลูกค้ารู้สีกสบายตาและสบายใจเมื่อเห็นภาพสินค้า ดังนั้นเมื่อภาพสินค้าที่ตรงตามตามข้อกำหนด ลูกค้าก็จะมีโอกาสเห็นสินค้ามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญแอดมินจะคัดเลือกภาพสินค้าที่ดีที่สุดจาก 3พัน กว่าสตูดิโอกับสินค้าที่มากกว่า 1 แสนชิ้น และสิ่งที่จะทำให้แอดมินสะดุดตาและเลือกภาพสินค้านั้นก็คือความเรียบง่ายแบบมีระดับของภาพค่ะ~

ตัวอย่างภาพที่สมบูรณ์ : สะอาด เรียบง่ายคือสิ่งที่เราต้องการ

ตัวอย่างภาพที่มีปัญหา 1 : มองตรงไหนดี สินค้าหลักกับของตกแต่งปนกันไปหมด ตกลงพระเอกของเราคือกระถางหน้าหรือกระถางหลังเอ่ย?

ตัวอย่างภาพที่มีปัญหา 1 : เพื่อนๆ รู้สึกเหมือนแอดมินมั้ยคะ ว่าภาพนี้มีกลืนกันไปหมด พื้นหลังทำให้ต้นกระบองเพชรของเราไม่โดดเด่นค่ะ 

และนี่คือตัวอย่างบางส่วนที่แอดมินเลือกมาให้เพื่อนๆ ชมค่ะ หากรู้สึกว่าพื้นหลังเรียบๆ นั้นน่าเบื่อ เราสามารถไปที่ ‘เทคนิค การแมทช์ วางของตกแต่งและจัดองค์ประกอบของภาพใน pinkoi’ ในนี้มีตัวอย่างให้เพื่อนๆ ชมและสามารถให้แรงบันดาลใจเยอะแยะเลยจ๊า~

2.2 ห้ามมี logo text และกรอบภาพ

เราเข้าใจว่าดีไซน์เนอร์ต่างก็อยากให้ภาพสินค้าแสดงถึงความเป็นตัวเองและลิขสิทธิ์ด้วยการใส่โลโก้ของแบรนด์ หรือเพื่อป้องกันการขโมยภาพไปใช้ อาจต้องการเพิ่ม text หรือกรอบเพื่อให้ภาพมีสไตล์มากขึ้น แต่รูปแบบเหล่านี้จะทำให้ภาพรกเกินไปค่ะ นอกจากนี้ความเรียบจะทำใ้ห้สตูดิโอของเราเรียบร้อยสะอาดตาน่าเข้าชมขึ้นเยอะเลยนะ อ๊ะๆ ไม่ต้องห่วงค่ะว่าลูกค้าจะไม่ทราบรายละเอียดของสินค้า เพราะเราได้มีช่องอธิบายรายละเอียดสินค้าไว้ให้ค่ะ ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบร้อนพิมพ์รายละเอียดสินค้าบนรูปภาพนะคะ ~

ตัวอย่างที่สมบูรณ์ : ภาพสะอาด ไม่มีโลโก้ text และกรอบ

ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง : มีโลโก้ กรอบรูป text และที่อยู่หรือลิงก์

ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง : มีโลโก้  text ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเป็นรูปคู่ การเพิ่มกรอบให้กับภาพ รายละเอียดสินค้า แหม ขอบอกว่าแบบนี้แอดมินไม่ให้ผ่านนะคะ!

3. ถ่ายภาพหลายๆ มุม

ทำไมเราต้องถ่ายภาพหลายๆ มุมด้วยนะ? เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าและรายละเอียดบนตัวสินค้าของดีไซน์เนอร์เพื่อใช้ในการตัดสินใจซื้อค่ะ เราสามารถถ่ายมุมกว้าง มุมบน มุมเงย มุมเสยได้เลย หรือเน้นรายละเอียดที่เราอยากนำเสนอด้วย! นอกจากนี้สินค้า 1 ชิ้น สามารถใช้ภาพได้อย่างน้อย 5 ภาพกันเลยทีเดียว แอดมินว่าคงน่าเสียดายแย่ ถ้าสินค้าที่เราตั้งใจทำ สามารถลงรูปได้แค่รูปเดียว (ร้องไห้หนักมาก) ที่สำคัญแอดมินสามารถมีตัวเลือกมากขึ้นสำหรับการเลือกรูปได้จากที่นี่ด้วยค่ะ

กรอบรูปเล็กๆ 5 กรอบด้านซ้ายมือนั่น สามารถเลือกลงรูปได้หลายๆ มุมเลยนะ

ตัวอย่างสร้อยข้อมือ

4. การเลือกและใช้นางแบบและนายแบบ

นางแบบและนายแบบแบบที่แอดมินบอกนั้นรวมไปถึงตัวแบบสร้อยข้อมือ สร้อยข้อเท้าด้วยนะ การใช้แบบนอกจากจะทำให้สินค้าและภาพนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นแล้วยังทำให้ลูกค้าจินตนาการสินค้าเมื่ออยู่บนร่างคนได้ด้วยค่ะ การเลือกตัวแบบนั้นสำคัญไฉน? แอดมินว่าสำคัญมากๆ เลย ไม่รู้แอดมินเข้าใจแบบนี้ถูกมั้ย “ตัวแบบที่เหมาะสมให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ ตัวแบบไม่เหมาะต้องรู้สึกกำลังอยู่ในบ้านเช่าแน่ๆ” ดังนั้นตัวแบบต้องเหมาะสมและเข้ากับตัวสินค้าค่ะ 

ลองคิดดู : สมมุติให้แบรนด์ของเราเป็นคนคนหนึ่ง เขาคนนั้นจะมีลักษณะแบบไหน?

โห~ ความจริงเป็นแบบนี้นี่เอง

บทส่งท้าย

ตอนที่แอดมินเขียนถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าความตั้งใจของดีไซน์เนอร์ใน Pinkoi ยิ่งใหญ่มากๆ ทุกขึ้นตอนมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เคยคิดเลย ความตั้งใจและการพยายามสร้างงานสุดความสามารถเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลงานที่ดีที่สุด! 

หวังว่าบทความนี้จะสามารถให้ประโยชน์สำหรับแนวทางการถ่ายภาพกับดีไซน์เนอร์ที่อยากเปิดสตูดิโอหรือเปิดสตูดิโอแล้วใน Pinkoi ไม่มากก็น้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะถ่ายภาพได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขที่ Pinkoi กำหนดไว้ เพราะ Pinkoi อยากให้สินค้าของดีไซน์เนอร์ทุกคนได้ปรากฎบนหน้าแรกของเว้บไซต์ ขอให้สตูดิโอของดีไซน์เนอร์เจ๋งขึ้นเรื่อยๆ เงินทองไหลมาเทมา~

ประเภทบันทึกดีไซน์ :ห้องเรียนของดีไซเนอร์
ป้ายกำกับที่เกี่ยวข้อง :หน้าแรกเทคนิคโปรโมท

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ (เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ (ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »
prev next