มีสินค้า791,942ชิ้น

JIbberish : ของจุกจิกสไตล์คุณจิ๊บ(เบอริช)

Pinkoiเป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ชั้นนำของเอเชีย คุณสามารถค้นพบงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมและแนวคิดที่สร้างสรรค์สำหรับชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังซื้อหาของขัญให้กับตัวเองหรือคนที่สำคัญอยู่ Pinkoi เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับคุณ

หญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ทั้งที่เป็นงานที่สนุกและเพิ่งเริ่มได้เพียง 2 ปี แต่เธอเลือกละทิ้งบางอย่าง เพื่อสิ่งที่รัก และเชื่อมั่นมาเสมอว่ามันจะต้องออกมาดีแน่ วันนี้เธอทำให้เห็นแล้วว่า การยอมรับความรู้สึกของตัวอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เธอมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่แค่ไหน และมันยิ่งสนุกยิ่งขึ้น เมื่อได้เห็นผลลัพธ์ที่จากสิ่งที่เธอตั้งใจทำตลอดมาและต่อจากนี้ไป

วันนี้เราจะพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์จิ๊บๆ(เบอริช) แต่ไม่จ๊อย ถึงแรงบันดาลใจ ความหลงใหล จนกลายมาเป็นความรัก ใส่ไปในทุกผลงานทุกชิ้น ที่เธอกล้ายืนยันว่า ทำออกมาจากใจคนทำจนถึงมือผู้รับ มาดูกันว่าอะไรคือพลังของเธอ :)

600

1. อะไรคือ Jibberish ?

คำว่า jibberish มาจากคำว่า Gibberish หมายถึงคำพูดประเภทที่ไม่มีความหมาย คำพูดที่ไร้สาระ คำพูดที่คนส่วนใหญ่ฟังไม่เข้าใจ เราเชื่อว่าคำนี้อธิบายงานของเราได้ดีทีเดียว เพราะพวกเรา (ฉัน หุ้นส่วน และแม่)เป็นคนประเภทที่เสียเวลาทั้งวันไปกับการนั่งทำของใช้ที่อาจจะหาซื้อได้ทั่วไปแต่ไม่สวยอย่างใจเราชอบ พวกเรายังชอบเก็บขวดเก่า เก็บเศษไม้มาทำของใช้ ของเล่น เก็บของตกยุคมาแต่งบ้าน สะสมของที่แทบจะกลายเป็นขยะอยู่ในไม่กี่อึดใจ ... คนประเภทเดียวกับเรานี้มีอยู่อีกมากมาย คนที่ชอบอะไรที่ดูเหมือนไร้ความหมาย แต่มีคุณค่าทางจิตใจ ... คนที่ชอบอะไรคล้ายๆ เรา จิ๊บเบอร์หริด จึงเกิดจากการชอบอะไรแบบนี้ เราจึงทำของในแบบที่เราอยากใช้ สนุกกับการได้ค้นหาวัสดุท้องถิ่น จับนิดผสมหน่อย ปรุงใหม่ออกมาเป็นเครื่องเขียนบ้าง เสื้อผ้าบ้าง เครื่องประดับบ้าง ของใช้ในบ้านบ้าง ให้เรียบง่ายได้ใจความตามที่เราถนัด

600

2. อะไรคือแรงบันดาลใจสำหรับ Jibberish

ส่วนมากมันจะเกิดจากว่าเราอยากใช้อะไร เช่นของชิ้นแรกที่เริ่มขายเลย คือตรายางกับหมึก คือตอนนั้นบ้าห่อของมาก ทำลายผ้า ลายกระดาษห่อของ ทำแท็ก ขายของออนไลน์ก็ได้ใช้ของที่ตัวเองขายมาห่อของให้ลูกค้าอีกที แฮปปี้มาก พอตอนหลังทำเสื้อผ้า ทำกระเป๋า เพราะว่าจริงๆ เราใช้ของที่แม่เย็บให้มาตั้งแต่เด็ก ลึกๆ แล้วเลยไม่ชอบใส่เสื้อโหล ชอบใส่อะไรที่แพทเทิร์นดีๆ แต่เรียบง่ายแบบหยิบมาใส่ได้ทุกวัน ไม่ต้องคิดมาก

600

3. จุดเปลี่ยนจากทำงานประจำ สู่การทำงาน Handmade เต็มขั้น

ตอนนั้นทำงานกราฟฟิกนิตยสาร แล้วมีช่วงว่างประมาณนึง เราอยู่หน้าจอตลอดเวลา เราเลยต้องหางานอดิเรกสักอย่างเพื่อทำให้เราช้าลง ประจวบเหมาะกับช่วงบ้าห่อของไง เลยทำตรายาง คิดสูตรหมึก พอทำเองได้ใช้ เลยลองเปิดเพจขายดู ขายเพื่อนๆ

จุดพีคคือไปออกงานแฟร์ ตอนนั้นลางาน ไม่ได้คาดหวังเรื่องขายดีอะไรนะ ขายก็ได้เงินไม่กี่พันหรอก แต่โคตรชอบเลย เพราะได้เจอลูกค้า ได้คุยกับคน เหมือนเจอคนชมรมเดียวกัน ชอบอะไรคล้ายๆ กัน ทุกวันนี้ยังคุยกับลูกค้าบางคนที่เจอกันตั้งแต่ตอนนั้นอยู่เลย

 

เหมือนมันเริ่มรู้สึกขึ้นเรื่อยๆ ว่าจริงๆ แล้วเราชอบทำงานด้วยมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์ เราชอบเจอมนุษย์พอๆ กับชอบนั่งทำงานเงียบๆ ช้าๆ คนเดียวที่บ้าน

600

 

4. เรื่องความสุขของ Jibberish

เราโพสต์บ่อยมากคือเวลาทำงาน รูปเครื่องมือ แม่เย็บผ้า เราก็คิดแค่ว่ามันสวยดี อยากโชว์โมเม้นต์นี้ให้คนอื่นเห็น แต่พอทำบ่อยๆ เข้าเหมือนคนก็จำได้ไปเองว่าเรานั่งทำของอันนี้แบบไหน พอคนเห็นของก็นึกถึงคนทำด้วย เลยกลายเป็นอะไรที่ชอบที่สุดเลย คือคนเข้าใจว่าของพวกนี้ทำเองจริงๆ ตั้งใจทำชิ้นต่อชิ้นเลย แถมยังทำกันในครอบครัวด้วย มันไม่ใช่แค่ซื้อมาขายไป แต่มันเป็นของที่ครอบครัวครอบครัวนึงทำด้วยกัน

ที่สำคัญคือสามคนช่วยกันทำแบรนด์นี้ ขี้เบื่อทั้งนั้น ถ้าเราเบื่อเราก็เปลี่ยนไปทำของอย่างอื่น เราไม่จำเป็นต้องปั๊มของซ้ำๆ เหมือนอุตสาหกรรม ดังนั้นชิ้นไหนที่เราลงมือทำ แปลว่าเราอยากทำจริงๆ เราตั้งใจจริงๆ ยิ่งพอตั้งใจทำจะอยู่กับมันได้ทั้งวันแบบลืมเวลามนุษย์โลกไปเลย

600

5. เรื่องท้าทายสำหรับ Jibberish

รักษาปัจจุบันนี้เอาไว้ คือตอนนี้มันดีมากนะ ได้ทำของที่ชอบ ที่อยากใช้ มีฐานลูกค้าแล้ว มีเงินปันผลให้ตัวเองได้ไปเที่ยว ให้แม่ ให้หุ้นส่วน ถ้าขยายตลาดได้ก็จะยิ่งดี ซึ่งตอนนี้คนขายของออนไลน์น่ากลัวมาก คู่แข่งเยอะมาก ของเริ่มคล้ายๆ กัน ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น เราขอแค่อย่าให้มันน้อยไปกว่าปัจจุบัน (ทั้งในเรื่องมาตรฐานของตัวเราเองและเรื่องยอดขาย) จะมากกว่าหรือเท่ากับมันก็ยังโอเคอยู่ดี

6. ถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง

พวกเราขึ้นชื่อว่าเป็นเจอเนอเรชั่นที่มีความอดทนต่ำและมีอีโก้ขนาดใหญ่ จนมักถูกปรามาสว่าออกมาทำงานออกแบบอิสระเพราะอดทนอยู่กับระบบบริษัทตอกบัตรเช้า-เย็นไม่ได้ จริงๆ แล้วอีงานอิสระนี่ต้องใช้ความอดทนไม่ต่างกัน แทนที่จะมีเจ้านายคนเดียว เรามีลูกค้าร้อยพ่อพันแม่อีกไม่รู้กี่สิบกี่พัน มีคำถามแปลกๆ ให้ตอบอีกวันละหลายๆ โหล ความอดทนที่จะพูดแบบตรงไปตรงมาโดยไม่ทำร้ายความรู้สึกใครนี่เป็นเรื่องที่เราต้องเขียนไว้ตัวโตๆ ข้างฝาเลย

ประเภทบันทึกดีไซน์ :พื้นที่ของดีไซเนอร์
ป้ายกำกับที่เกี่ยวข้อง :designerfabicideainspirationjibberishzakka

หากทีมงานฝ่ายวารสารศาสตร์ของ Pinkoi ได้ระบุถึงผลงานต่างๆ (เช่น ในงานแปลหรือเพื่อการอ้างอิง) จาก บล็อกเกอร์ ดีไซเนอร์ หรือผู้บันทึก เราจะระบุที่มาของแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ หากคุณพบเจอว่า Pinkoi ได้ใช้แหล่งข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้องโดยไม่เจตนา เราจะรีบทำการแก้ไขเมื่อได้รับการแจ้งเตือน หากคุณอยากจะนำผลงานของ Pinkoi ไปใช้ (ไม่ว่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจการตลาด) กรุณาทำตามกฎเกณฑ์ด้านล่าง :

  1. ระบุแหล่งที่มาในรูปแบบ Pinkoi.com และตามด้วยลิงค์ของผลงานต้นฉบับ
  2. ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับผลงานดั้งเดิม เช่น คำสับ รูปภาพ วีดีโอ หรือ logo
อ่านรายละเอียดของ « หลักจริยธรรม »
prev next